White15.gifNOUN DETERMINERS

Noun Determiners หมายถึง คำหรือกลุ่มคำที่วางไว้หน้านามเพื่อบอกจำนวน ปริมาณ และความหมายในลักษณะต่าง ๆ กัน
Noun Determiners มี 5 ประเภท คือ
1. Articles
2. Numerals
3. Demonstratives
4. Possessive Adjecives
5. Quantifiers

1. Articles (a, an, the) หมายถึงคำที่อยู่หน้าคำนาม เพื่อบอกจำนวน ปริมาณ และความหมาย มี 2 ชนิด คือ
- Indefinite Articles ใช้นำหน้าคำนามนับได้รูปเอกพจน์ มีความหมายไม่เจาะจง ได้แก่ a และ an
- Definite Article ใช้นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์และพหูพจน์ และคำนามนับไม่ได้เอกพจน์ โดยมีความหมายเฉพาะเจาะจง ได้แก่ the
หลักการใช้ a, an
1. a มีความหมายว่า หนึ่ง ใช้นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วย พยัญชนะ เช่น
a cat a table a man a tree
2. an มีความหมายว่า หนึ่ง ใช้นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์ที่ขึนต้นด้วย สระ (a, e, i, o, u) เช่น
an egg an ant an uncle an island
หลักการใช้ the
1. นำหน้าคำนามนับได้เอกพจน์และพหูพจน์ เมื่อต้องการกล่าวถึงนามนั้นเป็นครั้งที่ 2 หรือครั้งต่อ ๆ มา เช่น
I give her a ring. The ring is gold.
Malee has cats. The cats has blue eyes.
2. นำหน้าคำนามนับไม่ได้ และคำนามนับได้เอกพจน์และพหูพจน์ที่ชี้เฉพาะ คือ มีคำหรือข้อความมาขยายนามนั้น
The milk in this jug is hot.
The room has a big door.
3. นำหน้าคำนามที่มีสิ่งเดียวในโลก ในประเทศ ในจังหวัด ในอำเภอ หรือในหมู่บ้าน เช่น
the moon the sun the sky the world the air the rain the sea the station the hospital

2. Numerals หมายถึงตัวเลข มี 2 ประเภท
1. The cardinal Numerals หมายถึงเลขนับ เช่น
one, two, three, ..., etc.
2.The Ordinal Numerals หมายถึง เลขลำดับที่ เช่น
first, second, ..., etc.
หลักการใช้ Numerals
1. ใช้ the cardinal numerals เพื่อบ่งบอกจำนวน แต่ใช้ the ordinal numerals เพื่อบ่งบอกลำดับที่ เช่น
There are six boys in the row.
The first boy is my friend.
2. ใช้ the cardinal numerals ในการอ่านเวลา เช่น
09:15 = nine fifteen
10.45 = ten forty-five
3. ใช้ the cardinal numerals ในการอ่านวันที่ แต่ใช้ the ordinal numerals ในการอ่านปี เช่น
October 26, 1950 = October the twenty-sixth, nineteen fifty

3.Demonstratives ได้แก่ this, that, these, those สามารถเป็นได้ทั้ง pronoun และ adjective
หลักการใช้
1. this ใช้เมื่อต้องการกล่างถึงคำนามเอกพจน์ ที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด
2. that ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงคำนามเอกพจน์ ที่อยู่ไกลตัวผู้พูด
3. these ใช้เมื่อต้องการกล่สวถึงคำนามพหูพจน์ ที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด
4. those ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงคำนามพหูพจน์ ที่อยู่ไกลตัวผู้พูด
this box
that box
these boxes
those boxes




demonstrative pronoun
This is a book.
That is a cap.
demonstrative adjective
This book is good.
That cap is small.




demonstrative pronoun
These are pens.
Those are pictures.
demonstrative adjective
These pens are long.
those pictures are beautiful.

4. Possessive Adjectives หมายถึง คำที่วางไว้หน้านามเอกพจน์หรือพหูพจน์ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ได้แก่
my = ของฉัน เช่น I have a hat on my head.
our = ของเรา เช่น Suda and I do our homeworks.
yours = ของคุณ เช่น You are with your uncle.
his = ของเขา (ชาย) เช่น Somsak has a book on his desk.
her = ของเขา (หญิง) เช่น Dara goes to school with her brother.
its = ของมัน เช่น The monkey has a banana in its hand.
their = ของเขาทั้งหลาย หรือของมันทั้งหลาย เช่น The teachers have notebooks on their tables.

5. Quantifiers หมายถึง คำที่ใช้ประกอบคำนามนับได้เอกพจน์ พหูพจน์ และคำนามนับไม่ได้ เพื่อแสดงปริมาณและจำนวนของนามนั้น ได้แก่
some (บ้าง) ใช้ในประโยคบอกเล่าประกอบนามนับได้พหูพจน์ และนามนับไม่ได้ เช่น
My father has some good friends.
The children want some water
any (บ้าง) ใช้ในประโยคคำถามและปฏิเสธ ประกอบนามนับได้พหูพจน์และนามนับไม่ได้ เช่น
Have you any money?
There is not any rice in the kitchen.
Have you any flowers in your gaeden?
There are any horses in the field.
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------